ปุ๋ยสูตร 25-7-7

0.00฿

คำอธิบาย

องค์ประกอบและการทำงาน:

✅ ไนโตรเจนทั้งหมด (N)                       25%
✅ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5)     7 %
✅ โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O)          7 %

ปริมาณธาตุอาหารรอง

✅ แมกนีเซียม (Mg)                         0.3 %
✅ แคลซียม (Ca)                              0.8 %
✅ กำมะถัน (S)                                     3 %


พืชที่แนะนำให้ใช้  ✅ พืชไร่ ✅ ไม้ผล ✅ พืชผัก

 

(อ้อย)

(มันสำปะหลัง)

 (ข้าวโพด ข้าวฟ่าง)

 (ไม้ผล )

(พืชผัก)

อ้อยปลูก แบ่งใส่เป็นสองครั้งเท่า ๆ กัน ใส่ครั้งแรกหลังปลูกประมาณ 1 เดือน ใส่ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน อ้อยตอ นอกเขตชลประทาน ครั้งแรกต้นฤดูฝน ครั้งที่สองหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว   อ้อยตอ ในเขตชลประทาน ครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) อัตรา 20-40 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ควรใส่ปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะและต้องพรวนดินกลบปุ๋ยเคมี มันสำปะหลัง ใช้ในดินที่มีธาตุอาหารโปแทสเซียมมากกว่า 30 ส่วนในล้านส่วน (30 ppm) ใส่ปุ๋ยครั้งเดียวเป็นหลุมสองข้างต้นแล้วกลบปุ๋ย ในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่ออายุ 1-2 เดือน หรือหลังการกำจัดวัชพืชครั้งแรก ฝ้าย ใช้ในดินทราย หรือดินร่วนปนทราย ในอัตรา 50-60 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่สองครั้ง ครั้งแรกใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ โรยก้นร่องก่อนปลูกฝ้าย ครั้งที่สองใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ โรยสองข้างแถวฝ้ายแล้วพูนดินกลบโคน เมื่อฝ้ายอายุ 25-30 วัน ก่อนใส่ปุ๋ยจะต้องปราบวัชพืชให้เรียบร้อย ไม้ผล เช่น มะม่วง กล้วย มะละกอ มะนาว องุ่น ลำไย น้อยหน่า ทุเรียน เงาะ มังคุด ลางสาด ลิ้นจี่ ฝรั่ง และส้ม ใช้ในระยะที่มีอายุ 1-3 ปีเท่านั้นเพื่อเร่งการเจริญเติบโต ในอัตรา 1-5 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น และในปีหนึ่ง ๆ ควรแบ่งในปุ๋ยเคมีประมาณ 3 ครั้ง พืชผัก เช่น กะหล่ำดอก กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ผักชี คึ่นฉ่าย ผักกวางตุ้ง หอม กระเทียม พริก มะเขือ และน้ำเต้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50-60 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรกใส่ตอนเตรียมดินก่อนปลูก ครั้งที่สองใส่ปุ๋ยหลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 15-30 วัน

คำแนะนำ

ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนหากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด เพราะจะเป็นอันตรายกับพืชได้

ข้อควรระวัง

  1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป
  2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก
  3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
  4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน
  5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้
จุดเด่น:
  • ตอบโจทย์การสร้างผลผลิตสูง ลูกใหญ่ น้ำหนักดี.
  • ช่วยลดอาการขาดคอของปาล์ม ทำให้ผลผลิตต่อเนื่อง.
  • มีธาตุอาหารครบถ้วน บำรุงจบในสูตรเดียว.