ปุ๋ยสูตร 16-16-8

0.00฿

คำอธิบาย

คุณสมบัติ  :  ปุ๋ยเคมีเชิงผสมแบบไม่เป็นเนื้อเดียวกันชนิดเม็ดประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้

✅ ไนโตรเจนทั้งหมด (N)                          16% (ไนโตรเจนอยู่ในรูปแอมโมเนียม หรือยูเรีย)
✅ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5)       16%
✅ โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O)            8%

ปริมาณธาตุอาหารรอง

✅ แมกนีเซียม (Mg)                              0.4%
✅ แคลเซียม (Ca)                                 0.7 %
✅  มะถัน (S)                                          7 %


พืชที่แนะนำให้ใช้
✅ข้าว พืชผัก และใช้เป็นปุ๋ยเคมีแต่งหน้าสำหรับนาข้าว พืชไร่  

 

(นาข้าว)

(อ้อย)

 (ข้าวโพด,ข้าวฟ่าง)

(มันสำปะหลัง)

(พืชผัก)

(ไม้ผล)

  1. ก. สำหรับแปลงกล้า ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วคลุกปุ๋ยเคมีกับเทือกก่อนหว่านเมล็ดข้าวหรืออาจจะใส่หลังจากตกกล้า 10 วันข. สำหรับนาดำ
    1. การใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรก

    1.1 สำหรับข้าวพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง ซึ่งปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปักดำ 1 วัน แล้วคราดกลบ

    1.2 สำหรับพันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสง ซึ่งปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปักดำ 1 วัน แล้วคราดกลบ

    1. การใส่ปุ๋ยเคมีครั้งที่สอง

    2.1 สำหรับข้าวพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง ใช้ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมคลอไรด์ (25-0-0) 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่หลังจากการใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรก 35-45 วัน

    2.2 สำหรับข้าวพันธุ์ไวต่อช่วงแสง ใช้ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมคลอไรด์ (25-0-0) 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) 5-10 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ก่อนข้าวออกดอก 30 วัน

    ค. สำหรับนาหว่านน้ำตม หรือนาหยอด

    1. การใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรก

    1.1 สำหรับข้าวพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ หลังข้าวงอกแล้ว

    20-30 วัน

    1.2 สำหรับพันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ หลังจากข้าวงอกแล้ว

    20-30 วัน

    1. การใส่ปุ๋ยเคมีครั้งที่สอง

    2.1 สำหรับข้าวพันธุ์ไม่ไวต่อช่วงแสง ใช้ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมคลอไรด์ (25-0-0) 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่หลังจากการใส่ปุ๋ยเคมีครั้งแรก 35-45 วัน

    2.2 สำหรับข้าวพันธุ์ไวต่อช่วงแสง ใช้ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมคลอไรด์ (25-0-0) 10-20 กิโลกรัมต่อไร่ หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) 5-10 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ก่อนข้าวออกดอก 30 วัน

อ้อย  ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่รองก้นร่องก่อนปลูกหรือหลังแต่งตอ ประมาณ 1 เดือน ข้าวโพด และข้าวฟ่าง ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-40 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูกหรือตอนดายหญ้า (ทำรุ่น) ก็ได้หรือจะแบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน คือ ครั้งแรกใส่ก่อนปลูก และครั้งที่สองเมื่อข้าวโพดอายุ 20-30 วัน โดยโรยข้างแถวปลูกแล้วพรวนดินกลบ มันสำปะหลัง ใส่ปุ๋ยเคมีครั้งเดียวเป็นหลุมสองข้างต้นแล้วพรวนดินกลบ ในอัตรา 80-100 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อมีอายุ 1-2 เดือน หรือหลังกำจัดวัชพืชครั้งแรก

พืชผัก เช่น มะเขือเทศ แตงโม พริก กะหล่ำดอก หอม หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี กระเทียม มันฝรั่ง มันเทศ และพืชผักอีกหลายชนิด โดยแบ่งการใช้ปุ๋ยเคมีออกเป็น 2 ระยะ คือ

ระยะที่ 1 ใส่เมื่อต้นพืชอายุประมาณ 7-10 วัน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร้

ระยะที่ 2 ใส่หลังใช้ปุ๋ยเคมีครั้งแรกแล้วประมาณ 30-45 วัน ในอัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช

ไม้ผล ใช้เร่งความเจริญเติบโตของต้นก่อนให้ผล โดยใส่อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปีของอายุพืช โดยแบ่งใส่ 3-4 ครั้ง ทุก ๆ 3-4 เดือน สำหรับไม้ผลที่ให้ผลแล้ว ใช้บำรุงต้นหลังจากเก็บและตกแต่งกิ่งแล้ว ใส่อัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น ทั้งนี้แล้วแต่อายุของพืช และขนาดของต้น โดยใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ ต้น ตามแนวพุ่มใบ พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมีและตามด้วยการให้น้ำ

 

คำแนะนำ

ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด เพราะจะเป็นอันตรายกับพืชได้

ข้อควรระวัง

  1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป
  2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก
  3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
  4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน
  5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้