ปุ๋ยสูตร 0-0-60

0.00฿

คำอธิบาย

องค์ประกอบและการทำงาน:

✅ ไนโตรเจนทั้งหมด (N)                                    0 %
✅ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5)                   0 %
✅ โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O)                     60 %


พืชที่แนะนำให้ใช้
✅ ใช้กับไม้ผลพืชไร่พืชหัว และใช้เป็นวัตถุดิบในการผสมปุ๋ย

 

(อ้อย)

(ไม้ผล)

(พืชไร่)

อ้อย  ใส่ในอัตราไร่ละ 50-80 กิโลกรัม ต่อปี ดังนี้

อ้อยปลูก แบ่งใส่สองครั้งเท่า ๆ กัน ครั้งแรก หลังปลูกประมาณ 1 เดือน ครั้งที่สองหลังจากใส่ ครั้งแรกประมาณ 30-60 วัน

อ้อยตอ  นอกเขตชลประทาน ครั้งแรก ต้นฤดูฝน ครั้งที่สอง หลังจากใส่ครั้งแรกประมาณ 25- 30 วัน โดยวิธีโรยข้างแถว ในเขตชลประทานครั้งแรกใส่ทั้งหมดหลังตัดแต่งตอ ครั้งที่สองใส่ 21-0-0 อัตราไร่ละ  20-40 กิโลกรัม  หลังจากใส่ครั้งแรก 30-60 วัน โดยวีโรยข้างแถว ควรใสปุ๋ยเคมีขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ และจะต้องพรวนดินกลบปุ๋ย

ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นวัตถุดิบ คือผสมกับปุ๋ยเคมีสูตรอื่น ๆ เช่น  21-0-0, 46-0-0, 0-20-0, 0-46-0, 18-46-0 เพื่อผสมปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆ ตามต้องการ ทั้งนี้ผู้ใช้ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องปุ๋ยเคมีและดินเป็นอย่างดี และต้องทราบว่าในดินมีปริมาณธาตุอาหารพืชอื่นเพียงพอกับความต้องการของพืชนั้น ๆ แล้ว

ไม้ผล เช่น องุ่น เงาะ ส้ม น้อยหน่า มังคุด และไม้ผลอื่นๆ ยกเว้นทุเรียน ใช้ปุ๋ยในอัตรา 300-600 กรัมต่อต้น โดยใส่เป็นรูปวงแหวน ตามรัศมีแนวพุ่มใบ หลังจากติดลูกแล้วประมาณ 20-30 วัน แล้วแต่อายุของผลไม้แต่ละชนิด พืชไร่  มันสำปะหลัง หอม กระเทียม ผักกาดหัว (ยกเว้นยาสูบ) ใช้แต่งหน้า ในระยะที่พืชกำลังสร้างผลผลิต โดยใช้อัตราไร่ละ 20-30 กิโลกรัม เมื่ออายุประมาณ 4-5 เดือน หรือกลางฤดูฝนโดยใส่ตามแนวทั้งสองข้างของแถวพืช ให้ห่างจากโคนต้นประมาณ 6-8 นิ้ว

 

คำแนะนำ

ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนหากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด เพราะจะเป็นอันตรายกับพืชได้

ข้อควรระวัง

  1. ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป
  2. ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก
  3. ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
  4. ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน
  5. ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้