คำอธิบาย
คุณสมบัติ : ปุ๋ยเคมีเชิงผสมแบบไม่เป็นเนื้อเดียวกันชนิดเม็ดประกอบด้วยปริมาณธาตุอาหารรับรอง ดังนี้
✅ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 8%
✅ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 24%
✅ โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) 24%
ปริมาณธาตุอาหารรอง
แมกนีเซียม (Mg) 0.1%
แคลเซียม (Ca) 0.2%
มะถัน (S) 0.2%
พืชที่แนะนำให้ใช้
✅พืชไร่ ✅ไม้ผล✅ พืชผัก
| (พืชไร่ : ถั่วเขียว,ถั่วเหลือง)
|
(ไม้ผล)
|
(พืชผัก)
|
|---|---|---|
|
ไม้ผล เช่น ส้ม ทุเรียน มะนาว ลิ้นจี่ ลำไย องุ่น ใส่ปุ๋ยเคมีบริเวณทรงพุ่มใบแล้วพรวนดินกลบ ในใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 1-3 กิโลกรัมต่อต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น ในปีหนึ่งควรใส่ปุ๋ยเคมี 2-3 ครั้ง |
พืชผัก เช่น พริก หอม กระเทียม มันฝรั่ง มะเขือ ขิง ควรหว่านให้ทั่วแปลงในอัตรา 40-60 กิโลกรัมต่อไร่ก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยเคมีแอมโมเนียมซัลเฟต (21-0-0) หรือปุ๋ยเคมียูเรีย (46-0-0) แต่งหน้าในระยะ 20-30 วัน หลังจากปลูกแล้วในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ |
คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อน หากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด เพราะจะเป็นอันตรายกับพืชได้
ข้อควรระวัง
- ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป
- ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก
- ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
- ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน
- ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้








