คำอธิบาย
องค์ประกอบและการทำงาน:
✅ ไนโตรเจนทั้งหมด (N) 10 %
✅ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5) 10 %
✅ โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O) 30 %
ปริมาณธาตุอาหารรอง
✅ แมกนีเซียม (Mg) 0.2 %
✅แคลซียม (Ca) 0.4 %
✅กำมะถัน (S) 1.8 %
ปริมาณธาตุอาหารเสริม
✅ โบรอน (ฺB) 0.2 %
พืชที่แนะนำให้ใช้
✅ พืชไร่ ✅พืชผัก ✅ไม้ดอกไม้ประดับ✅ปาล์มน้ำมัน
| (พืชผัก)
|
(ไม้ผล)
|
(ปาล์มน้ำมัน) |
(ไม้ดอก,ไม้ประดับ)![]() |
|---|---|---|---|
| พืชผัก เช่น หอม กระเทียม แตงต่าง ๆ มะเขือเทศ ผักกาดหัว ผักกินหัว และพืชอื่น ๆ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 60-65 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับการใช้แบ่งใส่สองครั้ง การใส่ครั้งที่สองควรใส่หลังจากการใส่ครั้งแรก 20-30 วัน | ไม้ผล เช่น เงาะ ทุเรียน ลิ้นจี่ ลำไย มะม่วง มังคุด น้อยหน่า องุ่น ส้ม ลางสาด มะพร้าว ขนุน และผลไม้อื่น ๆ
ใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อปรับปรุงคุณภาพของผล หลังจากเริ่มติดผลใหม่ ๆ โดยใส่ทุก 1-2 เดือน ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 160-500 กรัมต่อต้น ทั้งนี้ต้องแล้วแต่ขนาดและอายุของของต้นไม้ที่ปลูก การใส่ปุ๋ยเคมีทุกครั้งจะต้องใส่ปุ๋ยเคมีรอบ ๆ ตามแนวรัศมีพุ่มใบพรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้ำ |
ปาล์มน้ำมัน เป็นปุ๋ยเคมีที่ใช้บำรุงต้นปาล์มน้ำมันที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป การใส่บำรุงต้นปาล์มมีหลายวิธี เช่น หว่านลงไปรอบ ๆ โคนต้น วิธีหว่านแล้วคราดกลบ ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 3-5 กิโลกรัมต่อต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของต้นปาล์ม โดยแบ่งการใส่ปุ๋ยเคมีปีละสองครั้ง หว่านรอบ ๆ ต้นตามแนวรัศมีพุ่มใบ เมื่อพรวนดินกลบแล้วตามด้วยการให้น้ำ | ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ หน้าวัว มะลิ เบญจมาศ สร้อยทอง หงอนไก่ โกศล ใช้ปุ๋ยเคมีอัตรา 30-65 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่บริเวณรอบ ๆ พุ่มใบของต้น หรือโดยโรยทั้ง 2 ข้างแถว พรวนดินกลบเม็ดปุ๋ยเคมี และตามด้วยการให้น้ำ |
คำแนะนำ
ควรอ่านคำแนะนำเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีให้เข้าใจเสียก่อนหากไม่เข้าใจหรือมีปัญหาสงสัยให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรในท้องถิ่น เพื่อให้การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและไม่ควรใช้เกินอัตราที่กำหนด เพราะจะเป็นอันตรายกับพืชได้
ข้อควรระวัง
- ก่อนใส่ปุ๋ยเคมี ควรกำจัดวัชพืชให้หมดเสียก่อน เพื่อป้องกันมิให้วัชพืชมาใช้ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไป
- ควรใส่ปุ๋ยเคมีเมื่อดินมีความชื้นอยู่ เมื่อใส่ปุ๋ยเคมีควรกลบดิน ในกรณีที่มีการให้น้ำ ควรให้น้ำน้อย ๆ ก่อนแล้วจึงเพิ่มให้มากขึ้น ถ้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น ควรใส่ปุ๋ยเคมีแก่พืชในช่วงมีแสงแดดจัด ฝนไม่ตก
- ควรหมั่นดูแลป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชอยู่เสมอ
- ควรเก็บปุ๋ยเคมีในภาชนะที่ปิดมิดชิด อย่าให้ถูกความร้อน แสงแดด และฝน
- ควรคลุกเคล้าปุ๋ยให้เข้ากันก่อนใช้








